คำถามที่ตามมาทันทีเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ที่สร้างด้วย AI คือใช้ได้จริงไหม และใช้ได้ที่ไหนบ้าง บทความนี้ตอบเฉพาะฝั่งการสร้างภาพด้วย AI ส่วนเรื่องขนาดรูปเป็นนิ้ว สีพื้นหลังที่บริษัทไทยนิยม และการแต่งตัว มีเขียนแยกไว้ครบแล้วในคู่มือรูปถ่ายสมัครงาน อ่านคู่กันจะได้ภาพครบทั้งสองด้าน
รูปในใบสมัครงานยังจำเป็นอยู่ไหมในไทย
ในหลายประเทศตะวันตก การไม่ติดรูปในเรซูเม่กลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว แต่ในไทยยังไม่ใช่แบบนั้น ใบสมัครงานของบริษัทไทยจำนวนมากยังมีช่องติดรูปอยู่ตรงมุมบน และประกาศรับสมัครหลายฉบับยังระบุขนาดรูปที่ต้องการมาด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับคนหางานในไทย คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะติดรูปดีไหม แต่เป็นว่าจะติดรูปแบบไหน
หลักที่ใช้ได้เสมอคืออ่านประกาศก่อน ถ้าระบุขนาดหรือระบุว่าต้องเป็นรูปถ่ายจากสตูดิโอ ให้ทำตามที่ระบุโดยไม่ต้องคิดต่อ ถ้าไม่ได้ระบุอะไรเลย เราถึงมีอิสระจะเลือกว่าจะใช้ภาพแบบไหน และตรงนี้เองที่การสร้างภาพด้วย AI เข้ามาช่วยได้
AI สร้างรูปโปรไฟล์ยังไง
Visio AI คือแอปแต่งรูปด้วย AI ที่อ่านใบหน้าจากเซลฟี่หนึ่งรูป แล้วสร้างภาพใหม่ที่มีแสงแบบสตูดิโอ ฉากหลังเรียบ และการวางกรอบภาพแบบครึ่งตัว ซึ่งเป็นองค์ประกอบสามอย่างที่ทำให้รูปดูเป็นทางการขึ้นทันที ดูตัวอย่างผลลัพธ์ได้ที่หน้ารูปติดใบสมัครงาน
สิ่งที่ระบบทำให้ได้ดีคือการแก้ปัญหาที่คนถ่ายเองที่บ้านเจอบ่อยที่สุด นั่นคือแสงไม่สม่ำเสมอและฉากหลังรก แต่สิ่งที่ระบบทำแทนเราไม่ได้คือการเลือกว่าเราอยากให้คนอ่านเรซูเม่รู้สึกยังไงกับเรา ตรงนั้นยังเป็นการตัดสินใจของคนอยู่ดี
ภาพที่ใช้งานได้จริงหน้าตาเป็นยังไง
| องค์ประกอบ | แบบที่ใช้ได้ | แบบที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|
| การครอปภาพ | ครึ่งตัว เห็นศีรษะและไหล่ทั้งสองข้าง | เต็มตัว หรือครอปชิดจนหน้าดูอึดอัด |
| ฉากหลัง | สีพื้นเรียบ ขาว เทาอ่อน หรือฟ้าอ่อน | ห้องนอน ชั้นหนังสือ ลายผนัง หรือมีคนอื่นในภาพ |
| เสื้อผ้า | สุภาพระดับเดียวกับที่จะใส่ไปสัมภาษณ์จริง | สูทเต็มยศทั้งที่สายงานนั้นไม่มีใครใส่ |
| สายตา | มองตรงเข้ากล้อง กล้องอยู่ระดับสายตา | มุมเงย มุมก้ม หรือมองเลยกล้องออกไป |
| สีหน้า | ผ่อนคลาย ยิ้มบาง ๆ ได้ | เกร็งจนดูแข็ง ซึ่งเป็นกติกาของรูปติดบัตร ไม่ใช่รูปโปรไฟล์ |
| การรีทัช | ปรับแสงและผิวให้สม่ำเสมอ | ผิวเนียนจนไม่มีพื้นผิว หรือปรับรูปหน้าจนผิดคน |
เส้นแบ่งที่ต้องพูดให้ชัด
นี่คือส่วนที่หน้าโฆษณาของแอปส่วนใหญ่ไม่ค่อยเขียนไว้ ภาพที่สร้างหรือปรับแต่งด้วย AI ห้ามใช้กับบัตรประชาชน พาสปอร์ต วีซ่า และใบขับขี่ ไม่ว่าภาพจะดูเรียบร้อยแค่ไหนก็ตาม Visio AI ไม่ได้อ้างว่าภาพที่ได้เป็นไปตามมาตรฐานรูปถ่ายของหน่วยงานราชการใด และเอกสารกลุ่มนี้ต้องใช้รูปถ่ายจริงที่ทำตามข้อกำหนดของหน่วยงานนั้นโดยตรง
เหตุผลไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของภาพ แต่อยู่ที่หน้าที่ของภาพ รูปในเอกสารราชการมีไว้เพื่อยืนยันตัวตน จึงต้องเป็นบันทึกของหน้าจริงในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนรูปโปรไฟล์มีไว้เพื่อแนะนำตัว จึงยอมให้จัดแสงและจัดองค์ประกอบได้ตราบใดที่ยังเป็นเรา
ในระดับที่เบากว่านั้น ถ้าประกาศรับสมัครระบุว่าต้องเป็นรูปถ่ายจากร้านหรือรูปที่ถ่ายภายในกี่เดือน ก็ให้ยึดตามที่ระบุเช่นกัน ความซื่อตรงกับเงื่อนไขที่เขาเขียนไว้มีน้ำหนักมากกว่าความสวยของภาพเสมอ
เช็กลิสต์ก่อนกดใช้ภาพจริง
- ซูมดูขอบผมและขอบไหล่ จุดที่ระบบมักพลาดคือรอยต่อระหว่างตัวเรากับฉากหลัง
- ดูมือและเครื่องประดับ ถ้ามีมืออยู่ในเฟรม ให้ตรวจนิ้วให้ครบและอยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติ
- ตรวจตัวอักษรบนเสื้อ โลโก้หรือตัวหนังสือเล็ก ๆ คือจุดที่เพี้ยนบ่อยที่สุด วิธีเลี่ยงคือเลือกเสื้อสีพื้น
- เทียบกับรูปถ่ายปกติของตัวเอง วางคู่กันแล้วถามว่าคนที่ไม่เคยเจอเราจะจำเราได้ไหม
- เช็กว่าฉากหลังตัดกับเสื้อ เสื้อขาวบนฉากขาวทำให้ไหล่หายไปกับพื้นหลัง
- เก็บไฟล์ความละเอียดสูงไว้ เผื่อมีที่ไหนขอขนาดอื่นหรือขอไฟล์ต้นฉบับ
ถ้ารูปที่มีอยู่ดีทุกอย่างยกเว้นฉากหลัง วิธีที่เร็วที่สุดคือลบพื้นหลังรูปแล้วใส่สีพื้นเรียบแทน โดยไม่ต้องสร้างภาพใหม่ทั้งใบ และถ้ากำลังชั่งใจว่าจะใส่ชุดแบบไหนในภาพ ลองพรีวิวด้วยฟีเจอร์ลองชุดก่อนก็ช่วยตัดตัวเลือกได้เร็วขึ้น
เรื่องผมกับหน้าตาในรูปโปรไฟล์
สิ่งที่ทำให้รูปโปรไฟล์ดูเรียบร้อยไม่ใช่ทรงผมที่สวยที่สุด แต่เป็นทรงที่ไม่บังคิ้วและไม่บังตา หน้าม้ายาวเกินไปทำให้ดวงตาดูหลบ ส่วนผมที่ฟูจากความชื้นทำให้ภาพดูรีบ ถ้ากำลังคิดจะเปลี่ยนทรงหรือเปลี่ยนสีก่อนถ่ายรูปโปรไฟล์ใหม่ ลองพรีวิวจากหน้าสีผมก่อนได้ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับผลลัพธ์ที่แก้กลับยาก
สำหรับสีผม หลักที่ใช้ได้กับเกือบทุกองค์กรคือเลือกเฉดที่ยังอยู่ในระยะที่ดูเป็นธรรมชาติกับผิวของเรา ไม่จำเป็นต้องเป็นสีดำเสมอไป แต่สีที่สว่างจัดมากอาจดูขัดกับองค์กรที่เป็นทางการ ซึ่งเป็นเรื่องของบริบทมากกว่าเรื่องถูกผิด
ลองกับรูปของตัวเอง
วิธีทดสอบที่ได้ผลที่สุดคือสร้างภาพจากรูปต้นฉบับสองรูปที่ต่างกัน เช่น รูปที่ถ่ายริมหน้าต่างตอนกลางวันกับรูปที่ถ่ายในห้องไฟเหลือง แล้วดูว่าอันไหนให้ผลใกล้ตัวจริงกว่า จากนั้นใช้ต้นฉบับที่ชนะเป็นตัวตั้งต้นสำหรับภาพที่เหลือทั้งหมด
ถ้าอยากเข้าใจภาพรวมว่าเมื่อไรควรใช้ AI และเมื่อไรควรจ่ายเงินให้ช่างภาพจริง อ่านต่อได้ที่บทความเทียบถ่ายรูป AI กับสตูดิโอจริง ซึ่งลงรายละเอียดเรื่องต้นทุนและข้อจำกัดไว้ครบกว่า
ทำรูปโปรไฟล์จากเซลฟี่รูปเดียว
อัปโหลดรูปหนึ่งรูป แล้วได้ภาพโปรไฟล์สำหรับ LinkedIn เรซูเม่ และหน้าแนะนำทีม
คำถามที่พบบ่อย
เรซูเม่ในไทยต้องติดรูปไหม
ส่วนใหญ่ยังต้อง ใบสมัครงานของบริษัทไทยจำนวนมากมีช่องให้ติดรูปโดยตรง และหลายที่ระบุขนาดที่ต้องการไว้ในประกาศ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคืออ่านประกาศให้ละเอียดแล้วทำตามที่ระบุ ถ้าไม่ได้ระบุอะไรเลย การแนบรูปสุภาพหน้าตรงบนพื้นหลังเรียบไปด้วยยังเป็นทางเลือกที่ไม่มีใครติ
รูปโปรไฟล์ที่สร้างด้วย AI ใช้กับ LinkedIn ได้ไหม
ได้ โปรไฟล์บนแพลตฟอร์มหางาน เรซูเม่ หน้าแนะนำทีมบนเว็บไซต์บริษัท และรูปในระบบภายในองค์กร คือกลุ่มที่เหมาะที่สุด เพราะสิ่งที่ต้องการคือภาพที่ดูตั้งใจและยังเป็นตัวเรา ไม่ใช่ภาพที่ต้องผ่านการตรวจตามมาตรฐานราชการ
ใช้กับบัตรประชาชน พาสปอร์ต หรือวีซ่าได้ไหม
ไม่ได้ ภาพที่สร้างหรือปรับแต่งด้วย AI ห้ามใช้กับบัตรประชาชน พาสปอร์ต วีซ่า และใบขับขี่ Visio AI ไม่ได้อ้างว่าภาพที่ได้เป็นไปตามมาตรฐานรูปถ่ายของหน่วยงานราชการใด เอกสารเหล่านี้ต้องใช้รูปถ่ายจริงที่ทำตามข้อกำหนดของหน่วยงานนั้นโดยตรงเท่านั้น
ควรรีทัชผิวมากแค่ไหน
ให้คิดจากจุดหมายปลายทางว่าเราจะต้องเดินไปเจอคนที่ดูรูปนี้ ปรับให้ผิวดูสม่ำเสมอและแสงเรียบขึ้นได้ แต่ถ้าเนียนจนไม่เห็นพื้นผิวผิวหนัง หรือรูปหน้าเรียวผิดสัดส่วนจากตัวจริง ภาพจะเริ่มทำงานตรงข้ามกับที่ตั้งใจ ความเหมือนตัวจริงคือเกณฑ์ตัดสินที่ใช้ได้เสมอ
ผู้ชายกับผู้หญิงใช้เกณฑ์ต่างกันไหม
หลักการเดียวกัน คือหน้าตรง แสงเรียบ ฉากหลังไม่ดึงความสนใจ และแต่งตัวระดับเดียวกับวันสัมภาษณ์ ต่างกันแค่รายละเอียดที่ต้องระวัง ผู้ชายมักพลาดเรื่องคอปกเสื้อที่ยับหรือเบี้ยว ส่วนผู้หญิงมักพลาดเรื่องเครื่องประดับชิ้นใหญ่และผมที่ปิดคิ้ว
ควรเปลี่ยนรูปโปรไฟล์บ่อยแค่ไหน
เปลี่ยนเมื่อหน้าตาเราเปลี่ยน ไม่ใช่เปลี่ยนตามรอบเวลา ถ้าเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนสีผมชัดเจน เริ่มใส่หรือเลิกใส่แว่น หรือรูปร่างหน้าตาต่างจากเดิมพอสมควร ก็ถึงเวลาทำรูปใหม่ นอกเหนือจากนั้น รูปเดิมที่ยังเหมือนตัวเราก็ใช้ต่อได้สบาย
